รู้อย่างนี้ “ซอสปรุงรส”

ติดตามสาระดีๆ ได้ที่ FB : MCard for all

เวลาไปเดินช้อปแล้วเห็นซอสปรุงรสมากมายวางอยู่บนเชลฟ์ หลายคนคงเลือกกันไม่ถูกใช่ไหมคะว่าจะหยิบขวดไหน สูตรไหนดี และแบบไหนใช้กับเมนูอะไรได้บ้าง

เพราะหากหยิบใช้ผิดไปล่ะก็อาจทำให้อาหารจานนั้นรสชาติผิดเพี้ยน หรือหมดอร่อยไปเลยก็ได้ค่ะ วันนี้แอดเลยขอพาไปเดินช้อปซอสปรุงรสเด็ดๆ กันที่ Gourmet Market และ Home Fresh Mart


ต้องบอกว่าคนรักอาหารไทย และอาหารญี่ปุ่นพลาดไม่ได้เด็ดขาด‼ เพราะเรามีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกซื้อมาฝาก รับรองว่ารู้ไว้อุ่นใจ จะทำเมนูไหนเพียงเหยาะนิด เติมหน่อยก็อร่อย ช่วยเพิ่มเสน่ห์ปลายจวักได้อีกเป็นกอง 


ที่สำคัญก่อนช้อปแอดแลก M Cash Coupon (คูปองส่วนลดแทนเงินสด) สำหรับช้อปที่ Gourmet Market และ Home Fresh Mart ไปด้วยค่ะ แลกผ่าน M Card App ได้แบบง่ายมากๆ เพียงเข้าไปที่เมนู “Rewards” แล้วเลือกแถบ “คูปองแทนเงินสด” กดแลกคะแนนได้ตามต้องการ เริ่มต้นที่แลก 80 M Point ใช้แทนเงินสด 10 บาท ไปจนถึง แลก 8,000 M Point ใช้แทนเงินสด 1,000 บาทเลยนะคะ รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก


ขวดนี้ทุกบ้านมีแน่นอน!!! ซึ่ง “ซีอิ๊ว” ได้มาจากการย่อยสลายโปรตีนของถั่วเหลืองและหมักด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม ใช้เป็นเครื่องปรุงในเมนูต่างๆ เช่น โจ๊ก แกงจืด ข้าวผัด ผัดกะเพรา และสารพัดเมนูไข่ ที่สำคัญคือมีหลายสูตรมากๆ

  • ถ้าใครอยากให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้นก็เหยาะซีอิ๊วขาวสูตรเห็ดหอมลงไป
  • สำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพ หรือต้องการควบคุมปริมาณเกลือก็ให้ใช้เป็นซีอิ๊วขาวสูตรโซเดียมต่ำนะคะ

บ้านไหนมีซีอิ๊วขาวอยู่แล้วลองทำเมนู “หมึกตุ๋นซีอิ๊ว” หอม อร่อยกลมกล่อมแบบแอดดูก็ได้น้า วิธีทำ คลิก >> https://tmg.click/3cUn0vD


มาต่อกันที่เครื่องปรุงญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง “โชยุ” ซึ่งได้มาจากการหมักซอสถั่วเหลืองคล้ายซีอิ๊ว มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ และมีหลายประเภทให้เลือกใช้

  • โชยุชนิดเข้มข้น (Koikuchi Shoyu) : ใช้ในอาหารที่ต้องการกลิ่นหอม เช่น เทอริยากิ
  • โชยุชนิดสีอ่อน (Usukuchi Shoyu) เหมาะกับเมนูที่ไม่ต้องการน้ำซุปสีเข้ม
  • โชยุแบบทามาริ (Tamari Shoyu) นิยมนำมาจิ้มซูชิ ซาชิมิ
  • โชยุสูตรเค็มน้อย เหมาะกับคนไม่กินเค็ม
  • โชยุสูตรหอมพิเศษ นิยมนำมาผัด
  • โชยุสูตรไลต์ ทุกเมนูที่ใช้ซีอิ๊วขาวปรุงรส เช่น ปลานึ่งซีอิ๊ว

ใครถนัดแบบไหนก็เลือกได้ตามใจชอบเลยนะคะ ถ้าโชยุพร้อม‼ ก็มาลองทำเมนู “ข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่น หรือ บูตะด้ง” กันดีกว่า วิธีทำ คลิก >> https://tmg.click/3l3k0jl

 


ผัดจานไหนก็ต้องมี “ซอสหอยนางรม” (น้ำมันหอย) ทำมาจากหอยนางรมและปรุงด้วยส่วนผสมอื่น ๆ ซึ่งบางยี่ห้อก็ออกรสเค็ม บางยี่ห้อก็ออกรสหวาน
  •  ถ้าใครต้องการรสเค็มหรืออยากได้ความเข้มข้นของหอยนางรมให้เลือกรุ่นที่มีอัตราส่วนของหอยนางรมมากหน่อย
  • แต่ถ้าใครชอบรสหวานให้เลือกรุ่นที่มีอัตราส่วนของน้ำตาลเยอะหน่อย

ซึ่งส่วนมากนิยมใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหารประเภทผัด อย่างคะน้าผัดน้ำมันหอย ผัดผักบุ้งไฟแดง หรือนำไปหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ ก็ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ

ใครที่กำลังเบื่อเมนูเดิมๆ อย่างผัดผัก ลองเปลี่ยนเป็น “หมูผัดผักกาดกอง” ตามแอดได้นะคะ วิธีทำ คลิก >> https://tmg.click/2HJNQuL


อีกหนึ่งเครื่องปรุงอเนกประสงค์ของญี่ปุ่นอย่าง “พอนสึ” หรือ ซอสเปรี้ยวญี่ปุ่น เป็นน้ำจิ้มที่เราเห็นอยู่ใน ร้านปิ้งย่าง และชาบู ชาบู ทำมาจากน้ำผลไม้ตระกูลส้ม โดยนำน้ำเลม่อน มะนาว หรือส้มยูซุไปผสมกับน้ำส้มสายชูเพื่อให้สามารถเก็บรักษาได้นาน มีรสเปรี้ยวกลมกล่อม กลิ่นหอมสดชื่น ยังใช้ทำน้ำจิ้มเกี๊ยวซ่า หรือใช้ทำเครื่องเคียงต่างๆ อย่างยำสาหร่ายได้อีกด้วยนะคะ

สำหรับใครที่หลงรักเมนูเกี๊ยวซ่า แอดมีวิธีทำ “เกี๊ยวซ่า (ต้ม) ตามใจฉัน” มาฝาก ลองทำตามกันได้เลยวิธีทำ คลิก >> https://tmg.click/3mXXs5j

 

คนไทยขาดน้ำปลาก็เหมือนขาดใจจริงไหมคะ ซึ่งน้ำปลาเป็นเครื่องปรุงที่ผลิตมาจากปลากระตักคลุกกับเกลือสมุทรแล้วนำไปใส่ถังหมักจนได้ที่ เหมาะกับนำมาใช้เมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผัด แกง หรือทอด ปัจจุบันมีหลายสูตร หลายแบรนด์มากๆ

  • ถ้าใครต้องการใช้ปรุงอาหารเล็กๆ น้อยๆ ให้เลือกแบบที่มีอัตราส่วนของปลาระหว่าง 60%-70%
  • แต่ถ้าต้องการใช้ปรุงเมนูที่มีน้ำปลาเป็นตัวชูโรงก็ให้เลือกรุ่นที่อัตราส่วนของปลาเกิน 70% ขึ้นไปนะคะ 



อาหารญี่ปุ่นจะเมนู ต้ม ตุ๋น หรือซุป ก็ขาดพระเอกอย่าง “ดาชิ” ซึ่งเป็นน้ำซุป หรือน้ำสต๊อกไม่ได้ ดาชินี้ได้มาจากการต้มปลาคัตสึโอะและสาหร่ายคมบุตากแห้ง มีกลิ่นหอม นิยมใช้ซุปนี้เป็นเบสในการทำอาหาร ซอส หรือน้ำซุปต่างๆ เช่น ทำน้ำซุป ชาบู ชาบู ทำน้ำซุปที่นำไปประกอบอาหาร อย่าง ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น บะหมี่เย็น ราเมน และผัดผัก เป็นต้น เรียกได้ว่ามีดาชิในเมนูไหนก็อูมามิแน่นอนค่ะ 


ผัดซีอิ๊ว พะโล้ เมนูแสนอร่อยที่มีสีน้ำตาลเข้ม เกิดมาจากหนึ่งในเครื่องปรุงอย่าง “ซีอิ๊วดำ” ซึ่งซีอิ๊วดำก็ทำมาจากซีอิ๊วขาวที่หมักนานขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเติมน้ำตาล และกากน้ำตาล หรือแป้งข้าวโพดลงไปด้วย
  • โดย “ซีอิ๊วดำ” มีรสเค็ม สีน้ำตาลดำ ไม่เหนียว ใช้ปรุงอาหารให้มีสีเข้ม เช่น ผัดซีอิ๊ว
  • ส่วน “ซีอิ๊วหวาน” สีออกดำเข้ม เหนียวข้น มักใช้ปรุงอาหารให้มีสีเข้มแถมได้รสหวานติดมา และใช้จิ้มอาหาร เช่น ขนมกุ่ยช่าย ข้าวมันไก่ เป็ดปักกิ่ง เป็นต้น เรียกได้ว่าขวดนี้เอาอยู่ทั้งอาหารคาว และหวาน บางสูตรพัฒนาไปไกลถึงขั้นราดบนไอศกรีมได้แล้วนะคะ หูวววว.... 



 


We think you'll love